สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)ฟ้องแล้ว “ฮุนเซน – ฮุน มาเนต” สั่งการเปิดสงครามชายแดน

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 19:41 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เลขาฯ สมช.เผยยื่นฟ้อง “ฮุนเซน-ฮุน มาเน็ต” ฐานเป็นผู้สั่งการเหตุปะทะชายแดนแล้ว ยืนยันสถานการณ์ขณะนี้สามารถจัดเลือกตั้งได้ แต่ต้องติดตามใกล้ชิดเป็นรายวัน ส่วนชายแดนใต้ยังสงบ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยยืนยันว่าขณะนี้ยังไม่มีรายงานการก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่แต่อย่างใดอย่างไรก็ตามหน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอย่างต่อเนื่อง

กรณีที่ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรีได้ออกมาตำหนิเรื่องการข่าว นายฉัตรชัย ระบุว่า หน่วยงานด้านความมั่นคงพยายามเชื่อมโยงการทำงานในทุกระดับ ทั้งส่วนกลางและส่วนพื้นที่ เพื่อสร้างเอกภาพในการปฏิบัติงาน โดยมีการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานข่าวของตำรวจและทหาร ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามและขับเคลื่อนร่วมกันอย่างต่อเนื่อง

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า คณะพูดคุยสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้มีส่วนเข้ามาช่วยในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า ขอให้ พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสีตา หัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ เป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดในประเด็นนี้โดยตรง

สำหรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา นายฉัตรชัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่พบว่ายังสามารถจัดการเลือกตั้งได้ ไม่น่ามีปัญหา พร้อมย้ำว่า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดย ณ ปัจจุบันสถานการณ์ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้

เมื่อถูกถามถึงกระแสใน social media ที่มีการปลูกปั่นว่าอาจเกิดการปะทะรอบใหม่ จนทำให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนเตรียมอพยพ นายฉัตรชัย กล่าวว่า จำเป็นต้องประเมินสถานการณ์เป็นรายวัน และติดตามปัจจัยแวดล้อมในอนาคตอย่างรอบด้าน เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเปราะบางและสุ่มเสี่ยง

ขนาดที่กรณีที่กัมพูชามีการขุดคูเลตใกล้แนวชายแดนว่าจะมีในทางความมั่นคงหรือไม่ นายฉัตรชัยกล่าวว่า ขอให้ฝ่ายทหารเป็นผู้ชี้แจงจะเหมาะสมกว่า

นอกจากนี้ เลขาธิการ สมช. ยังเปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยอัยการได้เดินทางไปยังพื้นที่ชายแดน

อีกด้านหนึ่ง AIS หอบหลักฐานส่ง ปอท.เอาผิดบริษัทรอบเชื่อมอินเตอร์เน็ตให้แก๊งสแกมเมอร์ปอยเปต

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 26 มกราคม 2569 เวลา 15.17 น. AIS หอบหลักฐานส่งมอบให้ตำรวจ บก.ปอท. เอาผิดบริษัทรอบเชื่อมสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้แก๊งสแกมเมอร์ฝั่งปอยเป เร่งสืบสวนขยายผลจับกุมผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดีต่อไป

ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท.เปิดเผยความคืบหน้ากรณีตรวจพบบริษัทเอกชนของไทยลัดรอบส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตข้ามแดนไปยังศูนย์สแกมเมอร์ในเมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา โดยมีการติดตั้งตู้ จุดส่งต่อสัญญาณ หรือตู้เซฟเวอร์ในพื้นที่หมู่ 1 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่ของผู้ใช้บริการรายหนึ่ง จากการตรวจสอบพบว่า มีการปล่อยสัญญาณอินเตอร์เน็ตจากฝั่งประเทศไทยไปยังประเทศกัมพูชาจริง โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินคดีตามกฎหมาย และการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามผู้ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

พบ.ต.ต.สนั่นนัทย์ กล่าวต่อว่า การตรวจพบกรณีดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากการทำงานของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (Anti Ontine Scam Center หรือACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความในคดีถูกหลอกลงทุนและถูกหลอกให้รับจ้างทำงานออนไลน์ ก่อนจะตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมทางการเงินของบัญชีม้าในลำดับแรกที่ผู้เสียหายโอนเงินมาให้กับคนร้ายพบว่า บัญชีดังกล่าวเป็นบัญชีของบริษัทแห่งหนึ่ง ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบข้อมูลทางเทคนิค พบว่า ID และ it address ที่ใช้ในกระบวนการดังกล่าวเป็นของบริษัทไทย โดยเป็น IP address ที่อยู่ภายใต้การให้บริการของบริษัทเวียดเทล combo dear และมีจุดเชื่อมต่อสัญญาณอยู่ในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รวมทั้งมีการเชื่อมต่อผ่านระบบที่อยู่ในความดูแลของบริษัท international เกตเวย์ จำกัด ซึ่งในปัจจุบันได้ถูกระงับการใช้งานแล้ว

พล.ต.ต.ชนันนัทย์ กล่าวด้วยว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นผลจากการประสานสอบถามไปยังบริษัทแอดวานซ์ไวร์เลส network จำกัด (AEN)  เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา หลังจากได้รับข้อมูลชุดนี้แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสานงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อเข้าตรวจสอบจุดเทอร์มินอลดังกล่าว โดยการตรวจสอบร่วมกันพบว่า จุดเชื่อมต่อสัญญาณดังกล่าวได้ถูกระงับการใช้งานไปแล้ว ทางนี้ในคดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการเครือข่ายโทรคมนาคมอย่างใกล้ชิด เมื่อพบความผิดปกติจะมีการประสานแจ้งไปยังผู้ให้บริการทันที เพื่อดำเนินการตัดสัญญาณและป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่มเติม

ด้าน นายปรัธนา ลีลพนัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทแอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิสจำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวชี้แจงว่า บริษัทให้ความสำคัญและมีความมุ่งมั่นต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศมาโดยตลอด โดยดำเนินธุรกิจภายใต้กฎหมายและข้อกำกับของภาครัฐอย่างเคร่งครัด การให้บริการอินเตอร์เน็ตของบริษัทกำหนดให้ใช้งานภายในประเทศเท่านั้นไม่สามารถนำไปใช้งานในต่างประเทศได้ และ ID address ต้องเป็น IP ที่ใช้งานอยู่ในประเทศไทย

นายปรัธนา กล่าวต่อว่า AIS ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดน ซึ่งอาจมีการใช้สัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่หรืออินเตอร์เน็ตในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ บริษัทจึงร่วมตรวจสอบอย่างเข้มงวด รวมถึงการยกระดับมาตรการดูแลด้านการจดทะเบียนซิมการ์ดให้มีความรัดกุมมากยิ่งขึ้น พร้อมยืนยันว่าไม่มีซิมการ์ดผิดกฎหมายในการให้บริการของบริษัทอย่างแน่นอน ///////////

 ฅนข่าว อินทรี อินไซต์..รายงาน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *