ผู้สื่อข่าวรายงาน วันที่ 20 เมษายน 2569 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดไต่สวนมูลฟ้องคดีที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ”บิ๊กโจ๊ก” อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริษฐ์ อดีตลูกน้องคนสนิท
โดยคำฟ้องระบุว่า พ.ต.ท.คริษฐ์ ได้กระทำความผิดฐานแจ้งความเท็จ เพื่อให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา จากกรณีที่เข้าแจ้งความกล่าวหา พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ว่าทำร้ายร่างกาย เพิ่งส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียง และทำให้สังคมเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน
ต่อมาเมื่อเวลา 09.00 น. พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ได้เดินทางมาถึงศาลอาญารัชดา โดยมีสีหน้าท่าทางปกติ ยิ้มแย้มทักทายสื่อมวลชน พร้อมบอกว่ายังไม่พร้อมที่จะให้สัมภาษณ์ในวันนี้ เนื่องจากในวันพรุ่งนี้จะมีการแถลงข่าว ที่โรงแรมฮิลตัน กรุงเทพ แกรนด์ อโศก เวลา 10.00 น. และบอกว่าวันนี้ตนเองมาคนละคดีกับที่ทนายมาเป็นคดีอื่น ก่อนจะเดินขึ้นไปห้องพิจารณา
จากนั้น พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ อดีตศัลยแพทย์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ได้เดินทางมาที่ศาลอาญาเช่นเดียวกัน โดยมาในฐานะพยานในคดีที่มีการยื่นฟ้อง พ.ต.ท.คริศฐ์ เนื่องจากทนายความของบิ๊กโจ๊กได้ทำหนังสือ ขอศาลออกหมายเรียกให้ตนเองมาเป็นพยาน หลังจากที่มีการวิเคราะห์เรื่องเวทระเบียนที่ผู้ประกาศข่าวช่องดังออกมาโพสต์ลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งตนได้นำเวทย์ระเบียนดังกล่าวมาวิเคราะห์และโพสต์ลงบนโซเชียลส่วนตัวในวันที่ 9 มกราคม 2569 โดยยืนยันว่าการวิเคราะห์ดังกล่าวเป็นการวิเคราะห์ตามใบเวชระเบียน เป็นความคิดเห็นทางการแพทย์ ตนไม่ได้อยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง และใบเวชระเบียนดังกล่าวก็ออกมาจากแพทย์และโรงพยาบาลเอกชนที่มีชื่อเสียงและมีความเชื่อถือ
ทั้งนี้ ตนไม่ได้ยืนยันว่าเหตุการณ์เมื่อ 9 ปีก่อนที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ โดนทำร้ายหรือตบหูนั้นเป็นจริงหรือไม่ เพราะตนเองไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ เพียงแค่นำใบเวทระเบียนมาวิเคราะห์ความคิดเห็นทางการแพทย์
ส่วนที่ตนเคยวิเคราะห์ไว้ คือ H72.8 หมายถึง “แก้วหูทะลุชนิดอื่นๆ” ที่เกิดจากโรค แต่หากเป็นการบาดเจ็บจากการถูกทำร้ายอย่างเฉียบพลัน แค่จะต้องใช้รหัส SO9.2 ซึ่งหมายถึง”แก้วหูทะลุจากการบาดเจ็บเฉียบพลัน”อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ส่วนตัวรู้จักกับบิ๊กโจ๊ก โดยเคยไปออกรายการช่อง 1 ที่มีการวิเคราะห์เกี่ยวกับสารไซยาไนด์ ซึ่งรู้จักการก่อนที่บิ๊กโจ๊กจะมีคดีเรื่องเกี่ยวกับสินบนพอหรือคดีอื่นๆ และยืนยันว่าไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว
//////// ฅนข่าว อินทรี อินไซต์..รายงาน



