หนึ่งในสาเหตุสำคัญ ที่ทำให้แก๊งหลอกลวงทางออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ โดยเฉพาะที่มาในรูปแบบโทร ข่มขู่ หรือที่เรียกว่า call center สามารถหลอกเหยื่อจนหลงเชื่อและยอมโอนเงินให้ เป็นเพราะว่าแก๊งอาจชยากรเหล่านี้ มีรายชื่อและรายละเอียดเชิงลึกของคนไทยอยู่ในกำมือ
ล่าสุด ตำรวจสอบสวนกลาง แฝงตัวล่อซื้อ จนสามารถจับกุมแก๊งนี้ได้ ตรวจสอบในคอมพิวเตอร์ พบข้อมูลรายชื่อคนไทยมากถึง 9.6 ล้านราย ชื่อ และที่น่าตกใจ คือ รายชื่อคนไทยที่ถูกขาย ไม่ได้มีเพียงแค่ชื่อนามสกุล และเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น แต่เป็นข้อมูลที่มีความสมบูรณ์มาก
ที่มาของปฏิบัติการครั้งนี้ เริ่มจากเมื่อปลายปีที่แล้ว (2568) ตำรวจกองปราบ กองบัญชาการสอบสวนกลาง เคยเข้าค้นเป้าหมายใน 8 จังหวัด สามารถจับกุมขบวนการขายข้อมูลส่วนบุคคลได้ 8 คน ตรวจยึดคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบ พบว่ากระบวนการนี้ เก็บรวบรวมข้อมูลคนไทยเพื่อขายให้แก๊งสแกมเมอร์ 6 ล้านรายชื่อ
ต่อมา ตำรวจจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามความทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้นำข้อมูลจากผู้ต้องหาไปขยายผลต่อ จนพบว่า กระบวนการขายข้อมูลยังคงมีอีกหลายแก๊ง และที่สำคัญ ยังคงมีการซื้อขายข้อมูลคนไทยให้แก๊งสแกมเมอร์อย่างต่อเนื่อง
พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผู้กำกับการ 4 บก.ปปป. เปิดเผยว่า ได้เข้าไปแฝงตัวอยู่ในกลุ่มซื้อขายข้อมูลคนไทยให้แก๊งสแกม ในแอปฯ เทเลแกรม นานนับปี จากนั้นได้ล่อซื้อข้อมูลรายชื่อคนไทย 50,000 กว่ารายชื่อจากแก๊งนี้
เมื่อได้รายชื่อมาแล้ว พ.ต.ท.ธรรมศักดิ์ พลเดช รองผู้กำกับการ 4 บก.ปปป.นำมาตรวจสอบ พบว่ารายชื่อเหล่านี้ รั่วไหลมาตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 แล้ว และทุกวันนี้ ยังมีการซื้อขายซ้ำกันเรื่อยๆ ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลของข้าราชการครู และข้าราชการเกษียณ และที่สำคัญ ในรายชื่อที่ได้มา เคยมีคนถูกหลอก 10,050 คน แก๊งสแกมเมอร์หลอกได้เงินไป 354 ล้านบาท
ข้อมูลเหล่านี้ เป็นพยานหลักฐานที่มากพอ ที่ตำรวจ.ปปป. จ่ากองกำกับการ 4 นำไปขอศาลอนุมัติหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งหนึ่งในนั้นคือนายพูนทรัพย์ อายุ 31 ปี จากนั้นตำรวจนำกำลังเข้าไปจับกุมตัวได้ที่บ้านพักในอำเภออรัญ จังหวัดสระแก้ว พร้อมกับยึดคอมพิวเตอร์มาตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบว่ารายชื่อคนไทยที่เตรียมพร้อมไว้ขายมีมากถึง 9.16 ล้านรายชื่อ แยกเป็นไฟล์มากถึง 10,000 กว่าไฟล์ แม้แต่รายชื่อของอดีตข้าราชการที่มีชื่อเสียงหลายคน ซึ่งหากกล่าวชื่อ คนไทยก็คงรู้จัก อยู่ในไฟล์ซื้อขายของแก๊งนี้ด้วย
แต่ละรายชื่อ ไม่ได้มีเพียงแค่ชื่อนามสกุล และเบอร์โทรศัพท์เท่านั้น แต่เป็นข้อมูลที่มีความสมบูรณ์มาก มีการระบุรายละเอียดไปถึงเลขบัตรประจำตัวประชาชน ที่อยู่อาศัย ที่ทำงาน อายุ การดำรงตำแหน่ง หน้าที่รับผิดชอบ อีเมล เลขบัญชีธนาคาร มีการระบุเจาะลึกถึงขั้นว่า เหยื่อรายนั้น เป็นบุคคลที่เกษียณอายุแล้ว เกษียณจากแผนกไหน ซึ่งข้อมูลที่ลึกระดับนี้ อาจเป็นแนวทางที่มิจฉาชีพ นำไปใช้สร้างสคริปหลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อได้อย่างสนิทใจ
นอกจากมีการตั้งชื่อไฟล์ตามวิชาชีพแล้ว ยังพบโปสเตอร์ที่ถูกจดจำไว้ เพื่อแยกตามฐานะทางการเงินของผู้เป็นเจ้าของข้อมูล เช่น มีการตั้งชื่อโฟลเดอร์”กลุ่มร่ำรวย”, “กลุ่มนักลงทุน”, “กลุ่มผู้ประมูล” ก็แสดงให้เห็นว่า มิจฉาชีพมีการแยกเกรด แยกกำลังซื้อรายชื่อคนไทย เพื่อขายให้กับแก๊งหลอกลวง
ส่วนราคาซื้อขาย หากเป็นรายชื่อของบุคคลที่มีกำลังทรัพย์สูง จะถูกขายรายชื่อละ 10 บาท ส่วนรายชื่อที่เป็นข้าราชการทั่วไปขายรายชื่อละ 3 บาท
พ.ต.อ.ภาสกร บอกว่า จากการสอบสวน ผู้ต้องหา คือนายพูนทรัพย์ ให้การอ้างแค่ว่าเคยเข้าไปทำงานในเว็บฯ พนันที่ปอยเปตกับกลุ่มคนจีน แล้วได้รายชื่อเหล่านี้มา ซึ่งตำรวจไม่ปักใจเชื่อ ต่อมาได้ขยายผลไปจับกุมนายกนกศักดิ์ ซึ่งเป็นพี่ชายของนายพูนทรัพย์ ได้อีก 1 คน พร้อมอาวุธปืน และตอนนี้กำลังขยายผลเพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการคนอื่น ซึ่งมีการซัดทอดถึง
ส่วนอีกแก๊งหนึ่งที่ตำรวจกองกำกับการ 4 บก.ปปป. เข้าไปจับกุมได้อีก 4 คน เป็นแก๊งขายรายชื่อคนไทยที่เคลื่อนไหวอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งตอนนี้กำลังขยายผลถึงตัวหัวหน้าแก๊งที่ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ
พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะหัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ กล่าวว่า ในอดีตแก๊งสแกมเมอร์ใช้วิธีโทร สุ่มหรือแรนคอม สร้างรูปแบบหล่อคล้ายๆกัน คนที่รู้ไม่เท่าทันก็โดนหลอก แต่เมื่อได้ข้อมูลอย่างละเอียดเหล่านี้ไป จะไปสร้างเรื่องราวสคริปต์หลอกให้เข้ากับข้อมูลที่ได้มา ทำให้โอกาสที่จะหลอกได้สูงขึ้น ซึ่งตอนนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ กำลังจะทำระบบให้ประชาชนตรวจสอบรายชื่อตัวเองว่ารั่วไหลหรือไม่ “ตอนนี้เราคุยกับคณะกรรมการ pdpc (คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล) อยู่ว่า เราจะมีมาตรการแก้ไขยังไงดี นายเบื้องต้นเรากำลังจะทำ application หรือเว็บเบสขึ้นมาว่า ถ้าคุณเป็นประชาชนสงสัยว่าข้อมูลของคุณรั่วไหลออกไปหรือเปล่า อาจจะให้ login เข้ามาแล้วเช็คว่าชื่อของคุณอยู่ในชุดข้อมูลที่รั่วไหลออกไปหรือเปล่า อันนี้ประเด็นที่ 1 นะครับ ประเด็นที่ 2 มีการหารือกันว่าเราจะส่งข้อความเช่น sms ไปสู่รายชื่อที่เราได้มา เป็นการเตือนภัย อย่างเช่นบอกว่า ชื่อข้อมูลของคุณเคยหลุดไปสู่กลุ่มมิจฉาชีพ ขอให้คุณระมัดระวังด้วย ถ้ามีโทรหาคุณมี 2 วิธีครับ”
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวถึงแนวทางที่จะปกป้องประชาชนที่รายชื่อและข้อมูลรั่วไหลไปถึงแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมกับระบุว่า ตั้งแต่มาทำหน้าที่หัวหน้าศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ นับจากเดือนตุลาคม 2568 เป็นต้นมา ได้เร่งปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ จนตอนนี้ จำนวนคนถูกหลอกต่อวันและจำนวนเงินที่ถูกหลอกต่อวัน ลดลงเกินกว่าครึ่ง โดยก่อนหน้านี้ ช่วงตุลาคม 2568 จำนวนผู้เสียหายที่ถูกหลอก มีประมาณ 1,200 คนต่อวัน ความเสียหายประมาณ 100 ล้านบาทต่อวัน “พอมาถึงปัจจุบัน จำนวนเช็คจะอยู่ที่ประมาณ 600 ต่อวัน ส่วนความเสียหายอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านบาทต่อวัน บางวันต่ำสุด ผมเรียกว่านิวโลว์ คือ 9 ล้านบาทต่อวัน แต่เราจะพยายามให้ดีที่สุด แนวทางคือตัดทุกทางเท่าที่จะทำได้” พล.ต.ท.จิรภพ บอกด้วยว่า แม้จะพยายามตัดทุกช่องทางที่จะสร้างความเสียหายให้ประชาชนได้ แต่ที่ไม่สามารถปราบปรามได้เบ็ดเสร็จ เพราะแก๊งสแกมเมอร์ตั้งฐานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ไม่สามารถเข้าไปปราบปรามถึงต้นต่อได้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน นานาชาติ ได้มาร่วมมือกับไทยและยกให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการปราบปรามแก๊งสแกมเมอร์ในภูมิภาคนี้
////// // ฅนข่าว อินทรี อินไซต์จิ๊กโก๋เมืองกรุง…รายงาน






