“รองรอย”ร่วม ปส. ทลาย 4 เครือข่ายค้ายาภาคเหนือ รวบระดับผู้สั่งการได้

“บิ๊กรอย”ร่วม ปส. โชว์ผลงานทลาย 4 เครือข่ายค้ายาภาคเหนือ รวบระดับผู้สั่งการได้ รวมถึงจับกุมยาลอตใหญ่อีกเกือบ 6 ล้านเม็ด
เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เวลา 11.00 น. ที่ บ้านเลขที่ 256 ม.5 ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร.และผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สรายุทธ สงวนโภคัย ผบช.ปส.,พ.ต.อ.อดุลย์ สิริสิทธินันท์ ผกก.ตชด.32 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวผลปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น แผนปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้น กลุ่มนักค้ายาเสพติดชายแดนภาคเหนือจํานวน 4 เครือข่าย ได้แก่ เครือข่ายนายฮ้อยทมิฬ, เครือข่ายม้งแม่เปา, เครือข่ายอาข่าผาขาว,เครือข่ายฝิ่นดิบมูเซอ และการจับกุมยาบ้าจํานวน 5,690,000 เม็ด และ เคตา มีน 10 กิโลกรัม เมื่อวันท่ี 28 กรกฎาคม 2565

สำหรับ เครือข่ายนายฮ้อยทมิฬ  เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 สามารถจับกุมนักค้ายาเสพติด รายสําคัญ ได้จํานวน 3 คน พร้อมของกลางยาบ้าประมาณ 7 ล้านเม็ด ขยายผลพบว่าในเครือข่ายมีกลุ่มผู้สั่งการผู้ต้องหาในการลําเลียงยาเสพติดเริ่มตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 จนถึงถูกจับกุมมีการลักลอบลําเลียงยาเสพติดไปแล้วมากกว่า 20 ครั้ง แต่ละครั้งมากน้อยไม่เท่ากัน รวมยาบ้าที่ถูกลําเลียง มาแล้วประมาณ 50 ล้านเม็ด และยังมีการสั่งการให้ผู้ต้องหาเปิดบัญชีธนาคารส่งไปให้กลุ่มผู้สั่งการใช้รับเงินค่ายาเสพติด
จากการตรวจสอบบัญชีตั้งแต่เดือนมกราคม 2565 มีเงินหมุนเวียนมากกว่า 400 ล้านบาท โดยกลุ่มผู้สั่งการจะ ถอนเงินสดส่วนหนึ่งส่งให้กับเจ้าของยาเสพติดภายนอกประเทศ เงินอีกส่วนหนึ่งจะนํามาซื้อทรัพย์สินเป็นบ้าน,ที่ดิน,ทองคํา,รถ หรู และเก็บเงินสดไว้ในบัญชีธนาคารส่วนตัว 

จากการขยายผลข้อมูลดังกล่าว สามารถจับกลุ่มบุคคลสั่งการได้เรื่อยๆรวมอีก 6 คน ได้มีการปิดล้อมตรวจค้นเพื่อยึดทรัพย์เครือข่าย “นายฮ้อยทมิฬ”จํานวน 20 จุดตรวจค้น (พื้นที่จังหวัดเชียงราย, พะเยา และชัยนาท)  ตรวจยึดทรัพย์สินไว้ตรวจสอบรวมมูลค่าประมาณ 60 ล้านบาท เงินสดจำนวน100,000บาท อายัดเงินในบัญชีธนาคาร 15,665,700 บาท ทองคํา 22 บาท ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 8 หลัง ที่ดินเปล่า 2 แปลง  รถยนต์ 16 คัน และ รถจักรยานยนต์ จํานวน 3 คัน

นอกจากนี้ยังสามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติด ในห้วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2565  ได้อีกจํานวน 3 เครือข่าย 

“เครือข่ายม้งแม่เปา” โดยเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2565 ได้ทําการจับกุมผู้ต้องหา นายอนันต์สิทธิ์ ทรงเจริญกูล อายุ 20 ปี พร้อมพวกรวม 5 ราย พร้อมของกลางเป็นยาบ้าจํานวน 8,800,000 เม็ด และเคตามีน 50 กิโลกรัม 

“เครือข่ายฝิ่นดิบมูเซอ”โดยเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2565 ตรวจยึดฝิ่นดิบได้จํานวน 48 กิโลกรัม บริเวณสวนป่าบ้านกิ่วลม อ.อมก๋อย จว.เชียงใหม่ ซึ่งต่อมาสืบสวนขยายผลจับกุม นายจะแล อู่กู่ พร้อมพวกรวม 3 ราย เจ้าของยาเสพติดที่นํามาซุกซ่อนเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า

“เครือข่ายอาข่าผาขาว” โดยเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2565 ได้ทําการจับกุมตัวผู้ต้องหา 1 ราย คือ
นายอาน่อง เชอหมื่อ อายุ 22 ปี พร้อมยาบ้าของกลางจํานวน 1,010,000 เม็ด ได้ที่ริมถนนพหลโยธินปากซอย 2 บ้านสันกอง ม.7 ต.แม่ไร่ อ.แม่จัน จว.เชียงราย สืบสวนขยายผลจับผู้ร่วมลําเลียงยาเสพติดได้ 1 ราย คือ นายสุรชัย เยอเบาะ อายุ 20 ปี ต่อมาสามารถตรวจยึดยาเสพติดพร้อมของกลาง ยาบ้า 5,690,000 เม็ด เคตามีน 10 กก. 

นอกจาก 4 เครือข่าย เจ้าหน้าที่ตํารวจ กก.3 บก.ปส.2 (นปส.อุดรธานี) ได้ทําการสืบสวนติดตามจับกุมเครือข่ายลักลอบขนยาเสพติดชาว จ.เพชรบูรณ์ ได้ผู้ต้องหา 3 คน คือ นายโชคอนันท์ พรมมี,นาย สุวรรณภูมิ แซ่ย่าง,นายสมบูรณ์ แซ่หลอ พร้อมยาบ้าจํานวน 6 ล้านเม็ด ที่บริเวณ ลานจอดรถตลาดไท อ.คลองหลวง จ. ปทุมธานี(เมื่อวันที่ 3 เม.ย.65)

จากการขยายผลหลังการจับกุม ประกอบข้อมูล Big data ยังพบว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ค. มีบุคคลและรถยนต์ในเครือข่ายเคลื่อนไหวอยู่ กก.3 บก.ปส.2 ได้สืบสวนติดตามเรื่อยมา พบรถคันดังกล่าวเคลื่อนไหวเข้ามาในพื้นที่ จ.เลย ไปยังพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จึงสะกอดรอยตาม จนกระทั่งเวลา 01.00 น. ของวันที่ 28 ก.ค.65 คนขับรถยนต์ดังกล่าวได้อาศัยความมืดและความชํานาญพื้นที่กระโดดลง จากรถหลบหนีการจับกุม ผลการตรวจค้นพบยาเสพติด (ยาบ้า) จํานวน 29 กระสอบ อยู่ในกระบะหลังรถยนต์ติดตั้งหลังคา แครี่บอย ส่วนรถยนต์คันอื่น ๆ ได้ขับหลบหนีไปได้อยู่ในระหว่างการขยายผลออกหมายจับบุคคลที่ 

พล.ต.อ.รอย  กล่าวต่อว่า จากการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดนายฮ้อยทมิฬและการจับกุมยาบ้า 5,690,000 เม็ด และเคตามีน 10 กิโลกรัม ถือเป็นการจับกุมได้ในพื้นที่ภาคกลางแล้วมีการขยายผลจนนําไปสู่การจับกุมกลุ่มขบวนการที่ นํายาเสพติดเข้ามาทั้งทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะเห็นได้ว่ากลุ่มขบวนการลําเลียงยาเสพติดมีความพยายามในการนํายาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยในทุกทิศทาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติจะได้หามาตรการในการป้องกันการ ลักลอบลําเลียงอย่างเข้มข้นต่อไป 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *