วิเคราะห์การเมือง : การบ้านบนเวทีโลก

นั่งเก้าอี้เต็มตัวแค่ 7 วัน ก็ “โกอินเตอร์” ร่วมเวทีใหญ่ของโลกเลย ล่าสุดนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง นำคณะหางเครื่องชุดใหญ่ เหินฟ้าไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 78 ณ มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

ได้โอกาสเปิดตัว “นายกรัฐมนตรีป้ายแดง” ของไทยแลนด์

พร้อมกับแบกความคาดหวังไปแบบ “หลังแอ่น”

ตามรูปการณ์แบบที่ยังไม่ทันเครื่องจะเทกออฟจากเมืองไทย ผู้นำป้ายแดงก็ต้องเคลียร์ปมร้อน แก้ข่าวพัลวัน ปฏิเสธใช้ “เงินหลวง” กว่า 30 ล้านบาท เช่าเหมาลำเครื่องบิน หนีบนักธุรกิจในเครือข่ายร่วมทริปไปกินของฟรี

เจอกัดติด ขบวนการจับผิดกดดันขนาดนี้ นายกฯมือใหม่จำเป็นต้องประเดิมเวทีโลกให้ได้ของฝากติดไม้ติดมือกลับเมืองไทย

เน้น “เนื้อหนัง” มากกว่า “น้ำ”

ไม่ใช่แค่ “คล้องแขนถ่ายรูปโชว์” เป็นพิธีกรรมแล้วแยกย้ายบ้านใครบ้านมัน

หนีไม่พ้นโดน “ด้อมส้ม” โห่ลั่นโซเชียลฯแถมจะโดน “สลิ่ม” ตามเหน็บ เทียบฟอร์มกับ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯท็อปบูต ที่บุกถึงห้องทำงานรูปไข่ ทำเนียบขาว ไขว่ห้างเจรจากับอดีตประธานาธิบดี “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นภาพข่าวไปทั่วโลก

ฝีมือทีมล็อบบี้ยิสต์รัฐบาล คสช.ทำตัวอย่างไว้ชัดๆ

ตามโจทย์การบ้าน นายเศรษฐาต้องงัดตำรา “นักขายทำเลทอง” สร้างแรงดึงดูดประธานาธิบดี “โจ ไบเดน” ผู้นำสหรัฐอเมริกา ให้หันมา “ปักหมุด” ประเทศไทย หลังจากบินข้ามหัวไปข้ามหัวมา แวะทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย

ส่งสัญญาณให้นักลงทุนต่างชาติแห่ไปที่คู่แข่งชาติอาเซียน

สภาพ “เครื่องยนต์ตัวที่ 3” กำลังอ่อนแรง ไทยกำลังโดนเวียดนาม อินโดนีเซีย แซงหนีห่างไปทุกที

นี่ต่างหากคือ “เม็ดเงินมหาศาล” ของจริง มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่เป็นรายได้หลักของประเทศไทย ตีคู่กับภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก

ถ้าไม่มีรายได้จากข้างนอกเข้ามา จะเอาที่ไหนไปใช้

“ของฟรีไม่มีในโลก” ไอ้ที่ปั่นโคตรประชานิยม โปรโมชันลด แลก แจก แถม ดัมพ์ราคาน้ำมันเบนซิน ดีเซล หั่นค่าไฟฟ้า แจกเงินดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท

มันก็แค่ “อัฐยายซื้อขนมยาย” หมุนเงินใช้เดี๋ยวก็น็อกรอบ

ไม่ได้ตอบโจทย์การฟื้นวิกฤติเศรษฐกิจในระยะยาว

ก้าวแรกในเวทีโลก มันคือก้าวแรกของผู้นำป้ายแดงสังกัดทีมนายห้างดูไบ ในการโชว์ฟอร์มมือบริหารอาชีพ แก้โจทย์เดิมพันกู้เศรษฐกิจที่ติดหล่ม

ไม่ง่ายเหมือนอัดประชานิยม เพื่อผลทางการเมือง

ขณะเดียวกันก็ยังมีลูกติดพันวุ่นๆ ตามท้องเรื่องตลก 69 พลิกกลับตาลปัตร จากพรรคการเมืองที่เป็นของแสลงกับกองทัพ

ต้องมาทำหน้าที่ไล่เช็ดขี้เช็ดเยี่ยวให้ท็อปบูต

ตามโจทย์เร่งด่วนเฉพาะหน้าในเวทียูเอ็นรอบนี้ นายเศรษฐาต้องวิ่งตามหา เพื่อขอตั้งวงเจรจากับผู้นำรัฐบาลประเทศเยอรมนี เพื่อให้ไฟเขียวในการผลิตเครื่องยนต์ติดตั้งเรือดำน้ำจีนให้กองทัพเรือไทย

ก่อนที่นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม จะเอาไปแลกปุ๋ยแทน

ประเมินจากสถานการณ์ขั้วอำนาจการเมืองโลก สหรัฐฯ จีน รัสเซีย ที่กำลังขัดแย้งกันยามนี้ มันช่างแสนยากเย็นเต็มที

จังหวะที่ขบวนการต่อต้านกองทัพรอเช็กบิลค่าเสียหาย

“ด้อมส้ม” รอโห่ด่า สมน้ำหน้า

เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง นายเศรษฐาต้องเอากระดูกมาแขวนคอ

กู้เรือดำน้ำจีน กู้เครดิตกับพี่เบิ้มสหรัฐฯ ฟื้นการลงทุนของประเทศไทย

นายเศรษฐาต้องทำโจทย์การบ้าน 2 ข้อนี้ หรืออย่างน้อยข้อใดข้อหนึ่ง ถึงจะคุ้มกับ “เงินหลวง” 30 กว่าล้านบาท ที่โดนไล่กัดติดจับผิด

มันคือ “วิกฤติ” ที่มาพร้อมกับ “โอกาสทอง”.//ฅนข่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *