ทางเลือก ทางรอด รักษามะเร็งแบบบูรณาการ ดร.ภัทร์ ได้ฤกษ์เปิด “ศูนย์มะเร็ง ดร.ภัทร์และสหคลินิกสมุฏฐาน”

ทางเลือก ทางรอด รักษามะเร็งแบบบูรณาการ “ดร.ภัทร์” ได้ฤกษ์เปิด “ศูนย์มะเร็ง ดร.ภัทร์และสหคลินิกสมุฏฐาน”

เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ก.ย.66 เวลา 10.00 น. ณ อาคารเวชกร หมู่บ้านชวนชื่นโมดัส เมืองทองธานี อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ดร.ภัทร์ หนังสือ พร้อมด้วย พญ.รดา หนังสือ ได้จัดพิธีทำบุญถวายภัตตาหารเพล เนื่องในโอกาสเปิด “ศูนย์มะเร็ง ดร.ภัทร์และสหคลินิกสมุฏฐาน” โดยจัดให้มีพิธีสงฆ์และถวายภัตราหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 9 รูป นำโดยท่านเจ้าคุณพระวัชรญาณมุนี (เทียนชัย ชยทีโป) วัดเทพสรธรรมาราม มาเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลในการดำเนินงานของศูนย์มะเร็งฯ

ซึ่งภายในงานมี พล.ต.ต.ชัชปัณฑกานต์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.1 เพื่อน นรต.รุ่น 43 และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมพิธี เมื่อเสร็จพิธีได้รับประทานอาหารร่วมกันและแสดงความยินดีกับ ดร. ภัทร์ฯ และ พญ.รดาฯ โดยทั้ง 2 ท่าน ได้ต้อนรับแขกที่มาร่วมงานด้วยความเป็นกันเองและอบอุ่น ทำให้ทุกท่านที่มาร่วมงานได้อิ่มบุญและอิ่มใจกันถ้วนหน้า

ดร.ภัทร์ฯ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งศูนย์มะเร็ง ดร.ภัทร์และสหคลินิกสมุฏฐานว่า ศูนย์มะเร็งฯ เป็นศูนย์รักษาโรคมะเร็ง โดยการใช้วิธีการรักษาแบบบูรณาการ ตามทฤษฎีเวรศาสตร์สมุฏฐาน เป็นทางเลือกสำหรับผู้ป่วยมะเร็งในทุกระยะ ตั้งแต่ระยะเริ่มต้นไปจนถึงระยะประคับประคอง รวมทั้งผู้ป่วยที่ไม่ประสงค์จะรับการรักษาด้วยการผ่าตัด เคมีบำบัดหรือฉายรังสี โดยวิธีการบำบัดของศูนย์มะเร็งฯ จะใช้สารสกัดสมุนไพรที่ได้มาตรฐานผ่านกระบวนการวิจัยพัฒนาทางด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการควบคุมเซลล์มะเร็งไม่ให้เจริญเติบโตหรือทำให้เซลล์มะเร็งตายทั้งในรูปแบบของ Apoptosis และ Non-Apoptosis ด้วยเทค โนโลยีชีวภาพ ที่ชื่อว่า T-wrapt ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้สารสำคัญจากสมุนไพรในรูปแบบขององค์รวมพร้อมกันนับร้อยกลไก ในการยับยั้งเส้นทางการติดต่อสื่อสารและการนำส่งสารปัจจัยการเจริญเติบโตระหว่างร่างกายและเซลล์มะเร็ง ทำให้เซลล์มะเร็งโตช้าลงหรือหยุดการเจริญเติบโตและค่อยๆ ตายลง ตามวัฏจักรของเซลล์คล้ายกับเซลล์ปกติ

ดร.ภัทร์ฯ กล่าวต่อ ในการรักษามะเร็งด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ T-wrapt ของศูนย์มะเร็งฯ จะเป็นการบำบัดรักษาโดยเริ่มต้นที่รากฐานของร่างกาย คือระบบนิเวศน์ของ Microbiome หรือจุลินทรีย์นับร้อยล้านล้านตัวในลำไส้ใหญ่ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระบบภูมิคุ้มกันการตอบสนองต่อเนื้องอกและควบคุมยีนต่างๆ ในร่างกายมนุษย์ไม่ให้ผิดปกติ

การปรับสมดุล Microbiome นั้น จะเริ่มจากการขับล้างสิ่งสกปรกและของเสียในลำไส้
(Detoxtication) ซึ่งทางคลินิก พบว่าผู้ป่วยมะเร็งส่วนใหญ่จะมีอาการถ่ายดำ มีกลิ่นฉุนรุนแรงในช่วงแรกของการรักษาด้วยสมุนไพร

สมุนไพรที่เป็นองค์รวมจะส่งเสริมสมดุลของระบบนิเวศน์ Microbiome ด้วยการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อก่อโรคและกระตุ้นการเจริญเติบโตของเชื้อเสริมชีวนะ Probiolics ชนิดต่างๆ ทำให้เกิดการอยู่ร่วมกัน อย่างไม่ก่อโทษให้กับร่างกายมนุษย์

หลังจากการปรับสมดุลย์ Microbiome จะส่งผลให้เกิดการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ระบบเม็ดเลือดขาวและเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิดต่างๆ ทำงานเป็นปกติ ส่งผลให้เกิดกระบวนการลดการอักเสบที่เกิดขึ้นภายในเนื้อเยื่อของเซลล์มะเร็งและในร่างกาย

นอกจากการปรับสมดุลของ Microbiome สารชีวออกฤทธิ์สมุนไพรของศูนย์มะเร็งฯ จะมีกลไกหลากหลายอื่นๆ ที่ช่วยในการยับยั้งมะเร็งแบบบูรณาการ เช่น

  1. การยับยั้งสารก่อการอักเสบ Cytokines ชนิดต่างๆ เช่น IL-16, IL-6 ที่ส่งเสริมการเจริญเติบโตและกระจายแพร่กระจายของเซลล์มะเร็ง
  2. ลดปริมาณของ oxidative stress เช่น reactive oxygen species – ROS และไนตริคออกไซด์ NO ซึ่งถูกผลิตจากเซลล์มะเร็งเป็นจำนวนมากและเป็นปัจจัยการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็ง
  3. การทำให้เซลล์มะเร็งตายแบบ Apoptosis และ Non – Apoptosis ซึ่งผลการทดลอบเปรียบเทียบกับยามาตรฐาน Doxorubucin พบว่า สารสกัดสมุนไพรเคอร่า มีประสิทธิภาพในการทำให้เซลล์มะเร็งตายมากกว่ายาเคมีบำบัด มาตรฐาน Doxorubucin ถึง 425% ในขณะที่ความเข้มขั้นต่ำกว่าและไม่เป็นพิษต่อเซลล์ปกติ
  4. การยับยั้งยีนก่อมะเร็งหลายชนิด ซึ่งกลายพันธุ์ ทำให้มีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นในเซลล์มะเร็งจนทำให้เติบโตผิดปกติ เช่น EGFR, NF-kB, KRAS, MYC, HIVa, LONP1 เป็นต้น
  5. การกระตุ้นยีนยับยั้งเนื้องอก เช่น WTP53, CDK1A, GSTO1, MXI1, NDRG1 ที่ทำหน้าที่ในการหยุดวัฎเซลล์ เมื่อเซลล์มีการเจริญเติบโตเร็วผิดปกติ การซ่อมแซม DNA ที่ผิดปกติ รวมทั้งการส่งสัญญานเพื่อให้เซลล์มะเร็งตายแบบ Apoptosis เมื่อเซลล์เติบโตเร็วเกินกว่าที่จะควบคุมได้
  6. กลไกการปรับสมดุลการแสดงออกของยีนทั้งระบบ Overall Gene Regulation ซึ่งตรงนี้เป็นหัวใจสำคัญของการตอบคำถามที่ว่า ทำไมต้องใช้ยาสมุนไพรแบบองค์รวมในการรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งเป็นโรคที่มีความผิดปกติในด้านการแสดงออกของยีนและลำดับเบสในสายพันธุกรรม DNA ที่บกพร่อง ซึ่งไม่สามารถจะสร้างความสมดุลได้ด้วยกลไกเดี่ยวในระดับยีนเพียงเท่านั้น
  7. การกระตุ้นความเป็นพิษของ Cytotoxic T-Cell (cd8) ซึ่งทำหน้าในการฆ่าเซลล์มะเร็ง และทำให้เซลล์ตาย ควบคุมการเติบโตของเนื้องอก ผ่านกลไกการทำงานของไซโตไคน์ต้านการอักเสบ คือ IL-10 และการสร้างสมดุลของ Microbiome
  8. การเพิ่มโปรตีนสัญญาณการตายของเซลล์ที่ผิดปกติ คือ cappase 8 และ cappsae 9 ทำให้เซลล์มะเร็งเกิดการตาย

การที่มีกลไกต่างๆ ที่หลากหลายเหล่านี้ร่วมกันออฤทธิ์ทั้งระบบนั้น ผลทางคลินิกในผู้ป่วยจำนวนมากพบว่า ทำให้สามารถควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งในร่างกายให้โตช้าลงและค่อยๆ ตายไป ส่งผลให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ร่วมกับเซลล์มะเร็งได้ โดยไม่ถูกมะเร็งทำร้ายหรือเป็นอันตรายจากมะเร็ง ทำให้ผู้ป่วยมีสุขภาพและคุณภาพมีชีวิตที่ดีขึ้น

ซึ่งการศึกษาถึงกลไกทางชีวเคมีต่างๆ เหล่านี้ของสมุนไพร รวมถึงการศึกษาถึงความปลอด ภัยของสมุนไพรนั้น ทางสหคลินิกได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาหลายแห่ง เช่น ห้องปฏิบัติการชีวเคมี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย รศ.ดร.เกียรติทวี ชูวงศ์โกมลและสถาบันส่งเสริมการวิจัยและนวัตกรรมสู่ความเป็นเลิศ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งงานวิจัยต่างๆ เหล่านี้ บางเรื่องก็ได้รับกาตีพิมพ์ในวารสารระดับนานาชาติแล้ว ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีและน่าภาคภูมิใจสำหรับคนไทย

ดร.ภัทร์ฯ ยังกล่าวเพิ่มเติม นอกจากการใช้สมุนไพรแล้ว การรักษามะเร็งของศูนย์มะเร็ง ดร. ภัทร์ ยังได้ผสมผสานกับข้อแนะนำในด้านการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต เช่น อาหาร น้ำดื่ม การออกกำลังกาย การอดอาหาร 16-18 ชั่วโมง การพักผ่อนนอนหลับ การฝึกลมปราณและปัญญาสมาธิ การออกกำลังกายในรูปแบบที่สามารถทำให้ร่างกายสามารถแย่งชิงการใช้น้ำตาลกลูโคสกับเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้เซลล์มะเร็งขาดอาหารและเจริญเติบโตช้าลง พร้อมกับการกระตุ้นการเพิ่มปริมาณของไมโตคอนเดรีย ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานของเซลล์ร่างกาย ทำให้เกิดการฟื้นฟูร่างกายและเสริมระบภูมิคุ้มกัน

“สหคลินิกสมุฏฐาน” ยังเปิดรับรักษาโรคทั่วไป เช่น เบาหวาน ความดัน หลอดเลือด หัวใจ โรคเก๊าท์ รูมาตอยด์ โรคระบบภูมิคุ้มกัน sle โรคกล้ามเนื้อและกระดูก กระดูกทับเสัน ออฟฟิศซินโดรม ภาวะเสื่อมของดวงตาและการมองเห็นและโรคเรื้อวังชนิดอื่นๆ ทั่วไป และสามารถปรึกษาปัญหาสุขภาพกับศูนย์ฯ ได้ที่เบอร์ 061-051-4999 หรือไลน์ @doctorpat1 ดร.ภัทร์ กล่าวทิ้งท้าย ก่อนที่จะนำเดินและแนะนำส่วนบริการด้านต่างๆ ภายในศูนย์ฯ

แผนที่ในการเดินทางมายัง “ศูนย์มะเร็ง ดร.ภัทร์และสหคลินิกสมุฏฐาน” https://g.co/kgs/78E6TZ

//ฅนข่าว อินทรีนนทบุรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *