เช็คด่วน!มท.คลอด‘8 กฎเหล็ก’คุมเข้ม‘ปืน’ งดออกใบอนุญาต ต่ำกว่า 20 ห้ามเข้าสนามยิง

มท.ออก 8 มาตรการระยะสั้น ห้ามออกใบอนุญาต คุมอาวุธปืน-เครื่องกระสุน-บีบีกัน ประชาชนห้ามพก คุมกำเนิดร้านปืนเกิดใหม่ ย้ำ‘บีบีกัน’ต้องนำมาขึ้นทะเบียน ขณะเจ้าหน้าที่พกได้แค่คนละ 1 กระบอก ส่วนนักกีฬา ต้องฝากไว้ที่สนามยิงปืน ห้ามนำออกมา

เมื่อเวลา 12.45 น.วันที่ 5 ตุลาคม 2566 ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุมพิจารณาควบคุมการครอบครองพกพาอาวุธปืน เครื่องกระสุน สิ่งเทียมปืน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมการปกครอง ว่า ที่ประชุมได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมอาวุธปืนและเครื่องกระสุน สิ่งเทียมปืน โดยแบ่งเป็นมาตรการระยะสั้น คือ

1.ให้นายทะเบียนอาวุธปืนทั่วประเทศ (นายอำเภอในต่างจังหวัด/อธิบดีกรมการปกครอง ใน กทม.) งดการออกใบอนุญาตให้สั่ง นำเข้า หรือค้า ซึ่งสิ่งเทียมอาวุธปืนทุกชนิด (สำหรับผู้รับ ใบอนุญาตรายเดิมที่จะสั่งนำเข้าเพิ่มเติม) และไม่อนุญาตให้รายใหม่ขออนุญาตเป็นผู้ค้า สั่งนำเข้า สิ่งเทียมอาวุธปืนเพิ่มอีก

2.ขอให้ผู้ครอบครองแบลงค์กัน บีบีกัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืน ที่อาจจะดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้ ให้นำแบลงค์กัน บีบีกัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนของตนที่ครอบครองอยู่ ไปแสดงและทำบันทึกต่อ นายทะเบียนอาวุธปืนตามภูมิลำเนาซึ่งตนมีทะเบียนบ้านอยู่ 

3.ให้กรมศุลกากรตรวจสอบการนำเข้าสิ่งเทียมอาวุธปืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบลงค์กัน และบีบีกัน ที่สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้อย่างเข้มงวด ทั่วประเทศให้มีการกวดขัน ตรวจสอบ ทั่วประเทศ

4.ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งกำกับดูแลสนามยิงปืนที่ได้จดทะเบียนเป็นสมาคมกีฬา ระเบียบการกีฬาแห่งประเทศไทย เช่น นักกีฬายิงปืนทีมชาติ (4.1) ห้ามผู้มีอายุไม่เกิน 20 ปี เข้าสนามยิงปืน ยกเว้น ได้รับการอนุญาต นักกีฬาทีมชาติ(4.2) อาวุธปืนที่ใช้ต้องมีทะเบียนถูกต้อง และตรงตัวกับผู้มาใช้บริการ ไปยืมใครไม่ได้ (4.3) ห้ามนำกระสุนปืนออกภายนอกสนามเด็ดขาด (4.4) สำหรับกรณีสนามยิงปืนในการกำกับดูแลของส่วนราชการ ขอให้ดำเนินการ กวดชัน ตรวจสอบ ให้ปฏิบัติตามระเบียบของทางราชการและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัดเช่นเดียวกัน ซึ่งหมายถึงต้องฝากอาวุธไว้ที่สนามยิงปืน จะนำออกไปภายนอกไม่ได้

5.ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ งดออกใบอนุญาต ให้มีอาวุธปืนติดตัว 

6.กระทรวงมหาดไทยไม่มีนโยบายดำเนินการโครงการอาวุธปืนสวัสดิการให้กับประชาชนทั่วไป แต่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีความจำเป็นต้องใช้ สามารถพกได้คนหนึ่งกระบอกและห้ามโอน และหากเจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นเจ้าของปืนเสียชีวิต ปืนดังกล่าวจะตกเป็นของทายาทต่อไป

7.ให้นายทะเบียนงดการออกใบอนุญาต สั่งนำเข้าอาวุธปืนของร้านค้าอาวุธปืนตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ซึ่งหมายถึงจะไม่อนุญาตให้เปิดร้านขายปืนรายใหม่เกิดขึ้นเพื่อลดความวิตกกังวลของประชาชนและลดการเข้าถึงอาวุธปืนของประชาชนให้มากที่สุด ดังนั้นต่อไปจะมาอ้างเรื่องอันตรายและขอพกอาวุธปืนก็จะไม่สามารถทำได้แล้ว เพราะการอนุญาตให้คนพกอาวุธปืนได้ ก็เหมือนเป็นการเพิ่มความเสี่ยงให้เกิดอันตรายมากยิ่งขึ้น

8.ขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมปราบปราม และ ปิดเว็บไชต์ เพจออนไลน์ซื้อขายอาวุธปีนเถื่อน และสิ่งเทียมอาวุธปืนตัดแปลงเป็นอาวุธปืน โดยขอให้ รายงานผลการปฏิบัติให้กระทรวงมหาดไทยทราบทุก 15 วัน

นายอนุทิน กล่าวว่า สำหรับมาตรการระยะยาว จะมีการแก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และ สิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 (1) ต้องมีเอกสารใบรับรองแพทย์ที่รับรองเรื่องสุขภาพจิต ภาวะทางจิตใจ ที่ผู้ขออนุญาตซื้อ อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนต้องใช้ประกอบในการยื่นคำขอ (2) ความหมาย บทนิยาม ของคำว่า “สิ่งเทียมอาวุธปืน” ไม่ให้หมายความรวมถึงแบลงค์กัน บีบีกัน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนอื่น ที่สามารถดัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้ง่าย (3) กำหนดให้ผู้ที่จะซื้อสิ่งเทียมอาวุธปืนที่สามารถตัดแปลงเป็นอาวุธปืนได้ ต้องยื่นคำขอ ต่อนายทะเบียนอาวุธปืน (4) ผู้ครอบครองอาวุธปืนทั่วประเทศทั้งรายเดิมที่มีอยู่แล้ว และรายใหม่ ที่อาจจะมีเพิ่มขึ้น จะต้องนำอาวุธปืน มายิงทดสอบเก็บข้อมูลหัวกระสุนทุกกระบอก ทุกราย (5) ให้ใบอนุญาตมีและใช้อาวุธปืน (ป. 4 ที่มีอายุของใบอนุญาต ซึ่งผู้ที่ได้รับใบอนุญาตไปแล้ว จะต้องนำอาวุธปืนมารายงานตัว กับนายทะเบียน ในทุก 5-10 ปี เพื่อพิจารณาต่ออายุใบอนุญาต เช่นเดียวกับใบขับขี่รถยนต์

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า จะเห็นได้ว่าวันนี้เราพยายามใช้กฎหมายที่กระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่ เพื่อบังคับใช้อย่างเต็มที่ ในส่วนที่อยู่นอกเหนือกระทรวงมหาดไทย เช่นการแก้ไขกฎหมาย หรือตรากฎหมายใหม่ๆ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวก็จะเสนอนายกฯเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป เมื่อถามว่ามาตรการระยะสั้น 8 ข้อดังกล่าว จะมีผลบังคับใช้เมื่อไหร่ นายอนุทิน กล่าวว่า ทางอธิบดีกรมการปกครองจะไปร่างหนังสือสั่งการเพื่อให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุด

เมื่อถามว่าปืนที่มีการครอบครองอยู่อย่างแพร่หลายในขณะนี้จนทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน จะมีกวาดล้างอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ในส่วนปืนที่มีทะเบียนอยู่เราก็ทราบว่าเป็นของใคร ส่วน บีบีกัน ก็ขอให้มาขึ้นทะเบียนกับเจ้าหน้าที่ ต่อไปอาวุธปืนและสิ่งเทียมปืนเรก็จะทราบว่ามีจำนวนเท่าไหร่ และเป็นของใคร หากมีการเปลี่ยนมือและเกิดปัญหาขึ้นมาเจ้าของปืนก็ต้องรับผิดชอบ รวมถึงคนที่มีบีบีกัน หากไม่มาขึ้นทะเบียนตามกรอบเวลาที่กรมการปกครองจะต้องไปออกระเบียบ ซึ่งก็จะถือว่าผิดกฎหมายด้วย

“คนที่พกปืนในที่สาธารณะถือว่าผิดกฎหมายทั้งนั้น ประชาชนในประเทศนี้ไม่สามารถที่จะพกปืนไปไหนมาไหนได้ตามสะดวกโดยอ้างว่าป้องกันตัว ถือเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย และเมื่อตนฟังจากรายงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ คนที่มีใบอนุญาตหรือใบพกปืน ไม่เคยมีใครทำผิด คนที่ก่อเหตุหรือก่อเรื่องก่อราว คือคนที่ทำผิดกฎหมายทั้งนั้น ปืนก็ไม่ใช่ของตัวเอง เช่นปืนเถื่อน ซึ่งถือว่าเป็นคนที่ตั้งใจทำผิดกฎหมาย”

เมื่อถามว่ากรณีคนที่พกปืนมากกว่า 1 กระบอกจะทำอย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า ตอนนี้คือห้ามพกพา ห้ามเอาไปไหนมาไหน และห้ามซื้อใหม่ ใครมีก็เก็บไว้ที่บ้านและเก็บไว้ดีๆก็แล้วกัน โดยเฉพาะเด็กๆที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะหากนำไปใช้เจ้าของปืนก็จะมีความผิด//ฅนข่าว อินทรีนนทบุรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *