วาทะร้อนสะท้อน “ธาตุแท้” นักการเมืองไทย พลิกลิ้นตาม “เหลี่ยมอำนาจ”

ก้าวสู่ศักราชใหม่ 2567 ปีมะโรง งูใหญ่-พญานาคราช หรือมังกรธาตุไม้ตามศาสตร์พยากรณ์จีน ถึงไม่ใช่มังกรทอง แต่อยากให้เป็นปีมังกรใหญ่ไม้สักทองของพี่น้องคนไทย แข็งแกร่งทนได้ทุกสภาพ

ปี 2566 ปีเก่าที่ผ่านล่วงเลยไป หลังศึกเลือกตั้ง ประชาชนวาดหวังจะเกิดความเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดียิ่งขึ้น กลับกลายเป็นห้วงมะรุมมะตุ้ม เผาเวลาทิ้งไปเปล่ากว่าจะจัดตั้งรัฐบาลเข้ามาบริหารกันได้สำเร็จลุล่วง

และถึงประชาชนจะพากันออกมาเทคะแนนให้พรรคฝ่ายประชาธิปไตยอย่างท่วมท้นมาเป็นอันดับ 1 และ 2 แต่ก็ยังสะดุดกับดักกติกาที่ว่ากันว่า คณะรัฐประหารหัวใสทิ้งทุ่นสืบทอดอำนาจด้วย “รัฐธรรมนูญเพื่อพวกเรา” เหลื่อมเวลาให้กรรมสิทธิ์ สว.โหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่เผื่อเอาไว้ลงหลังเสืออย่างปลอดโปร่งโล่งสบายๆ

แม้เกิดปรากฏการณ์ “ส้มทั้งแผ่นดิน” ก็ไร้ผล พรรคก้าวไกลที่ชนะเลือกตั้งมาเป็นอันดับหนึ่ง ตั้ง “รัฐบาลก้าวไกล-เพื่อไทย” ฝ่าด่านหินไม่สำเร็จ ต้องยอมปล่อยให้พรรคเพื่อไทยรับไม้ไปจัดการแทน

เลยได้เห็นธาตุแท้จริงทางการเมืองที่ใฝ่หาอำนาจอันหอมหวน ทั้งๆที่ตั้งป้อมประจันหน้าสู้กันมานานนับสิบปี อยู่ๆบทจะเลิกรบยุติศึก ก็สามารถหันหน้ามาจูบปาก สลายขั้วกันได้แบบหน้าตาเฉย

“ทีมข่าวการเมือง” เลยขอย้อนเลือกเฟ้น “วาทะร้อน” ในปี 2566 มาสะท้อนพฤติการณ์จารึกไว้เป็นความทรงจำ เพื่อให้ได้รำลึกไว้เสมอ “การเมืองไม่มีมิตรแท้ ศัตรูถาวร”

ตีธงทะลวงเป้าหมาย

“เคาะโต๊ะ ชัดเจน ยิงตรง โผงผาง คำพูดไวเท่าความคิด” สไตล์อดีตผู้บริหารธุรกิจ เริ่มชัดตั้งแต่ห้วงประเดิมวงการในฐานะแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย หาเสียงมีลูกฮาร์ดคอร์ผสม ตอนประกาศจุดยืนต้นสังกัด “ถ้าไม่เลือกเพื่อไทย ทั้งคนทั้งพรรค เขาจะมาเป็นรัฐบาลอีก จะเอา 2 ลุงมายึดอีก เขามีแต้มต่อ 250 สว. คู่แข่งเขาเคยอยู่ด้วยกันก็อยากอยู่กันต่อ” แต่สุดท้ายเพื่อไทยก็ต้องพลิ้วจากคำมั่น โกยแต้มค่าย 2 ลุงมาหนุนก็ตามที

และเมื่อเข้าสู่เก้าอี้ผู้นำ “นายกฯเศรษฐา ทวีสิน” ฉายภาพชัด ตำรับซีอีโอเป๊ะๆต้องแนวนี้ พูดทีก็ร่ายยาว ไม่พูดก็ชิ่งหนี ด้วยวลีติดปากบอกสื่อ“ขอคำถามต่อไป” แต่ที่ไม่มีอ้ำอึ้งคือนโยบายเรือธงพรรคเพื่อไทย “แจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท” ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง “เศรษฐา” จุดพลุประกาศเสียงดังฟังชัด บนเวทีหาเสียง “เราจะไม่ใช้หยดน้ำข้าวต้มที่ละ 500-1,000บาท แต่ให้คนละ 1 หมื่นบาท”

แต่หลังเข้าบริหารประเทศไม่นาน มีแรงต้านทั้งฝ่ายค้าน นักวิชาการเศรษฐศาสตร์ งานนี้ผู้นำซีอีโอแจกแจงและสวนตูม “เราน้อมรับฟัง แต่ไม่ยกเลิก ยืนยันไม่ใช่โครงการหาเสียง ไม่ใช่โปรยเงินให้คนเลือก นักวิชาการวิจารณ์เยอะ แต่ก็เป็นแค่หนึ่งเสียง มีประชาชนมีอีกหลายสิบล้านเสียงที่ต้องการเงินดิจิทัล” พร้อมย้ำคิวกระตุ้นเศรษฐกิจ “ผมมองเป็นเรื่องจำเป็น เรื่องวิกฤติก็แค่นั้น ประชาชนจะตัดสิน”แน่นอน เพราะคิดไว พูดไว บางทีก็มีโบ๊ะบ๊ะหลุดคิว อย่างสงครามที่ฉนวนกาซา ปมละเอียดอ่อนยากจะเลือกข้าง แต่นายกฯโพสต์ข้อความประณามกลุ่มฮามาสทันที จนต้องมากลับลำแก้หน้างาน ประณามความรุนแรงแทน รวมถึงกรณีพลั้งปากในพรรคเพื่อไทย ปม “ตั๋วฝากตำรวจ” ระดับผู้กำกับ “คงมีผู้ผิดหวังมากกว่าสมหวังที่ขอตำแหน่งไป รู้สึกมันเยอะเหลือเกิน” กลายเป็นโอษฐภัย กว่าจะแก้ลำได้ ที่ดูเข้าท่าคือการให้นโยบายแก้หนี้ “มาขอแรงทุกท่าน ร่วมทำให้การค้าทาสยุคใหม่หมดไปจากประเทศไทย” คีย์เวิร์ดว้าวๆที่ต้องรอดูผลลัพธ์ต่อไป

แม้วันนี้ผู้นำพยายามถนอมน้ำคำมากขึ้น แต่ถึงยังไงคิวหลุดคิวพลาดก็มีตามมาไม่แพ้กัน!!

พลิ้วไหวต้านแรงกระแทก

เลือกตั้งใหญ่ พ.ค.2566 เพื่อไทยนำทัพโดยทายาทตราดูไบห่อของแท้ “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ เพิ่มขวัญกำลังใจทัพเพื่อไทย เพียงแต่ช่วงหาเสียงครึ่งค่อนเส้นทางต้องคอยเคลียร์ข้อครหา “ดีลลับขั้วเก่า” ที่ได้น้ำได้เนื้อ “อยากบอกว่าเอาลุงกลับบ้านไป ไปเลี้ยงหลาน ลุงโทนี่ก็จะกลับมาเลี้ยงหลานบ้าง” ฉายแววดาวปราศรัย ร่ายฝีปากสู้ศึก “ถ้ามีคนเอาเงินมาให้ ให้รับเงินหมา กาเพื่อไทย”

แต่เมื่อชัดว่าต้องจับมือพรรค “2 ลุง” ตั้งรัฐบาล ทายาทตระกูลชินฯยกเหตุผลหรูๆ “เราหาเสียงเพื่อแลนด์สไลด์ แต่เมื่อไม่เป็นอย่างที่คิดก็ต้องปรับเปลี่ยนให้ประเทศชาติไปต่อ แน่นอนมีต้นทุนต้องจ่าย ก็น้อมรับ และต้องขอโทษที่ทำให้ผิดหวังเสียใจ” ลูกอ้อนกล้อมแกล้มไปได้ และทันทีที่ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค “อุ๊งอิ๊ง” รีบจุดพลุดึงแต้ม “เราตายังคงดูดาว เท้ายังติดดิน ยืนหยัดข้างประชาชน เพราะหัวใจคือประชาชน”

และเมื่อต้องเล่นบทในรัฐบาลกับหมวกรองประธานทีม “ซอฟต์พาวเวอร์” ก็เริ่มโดดเด่น แม้จะมีคิวหลุดก็รีบปิดเกมไว “ได้สื่อสารมาตลอด ซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่สินค้า ชี้ทุกอย่างคือซอฟต์พาวเวอร์ แต่คือพลังอำนาจให้คล้อยตามโดยไม่บังคับ อยากให้มูฟออนเรื่องนี้ได้แล้ว” ไม่ลืมแจงงบฯเข็นเรือธง 5 พันกว่าล้านบาท เกลี่ยจากหน่วยงานที่มีงบฯอยู่แล้ว “ผู้รู้เขาเสนอมา ไม่ได้คิดเอง” ขณะที่ปมอีเวนต์สงกรานต์ก็เบี่ยงว่า “เห็นตีความสาดน้ำทั้งเดือน ก็คงหนาวเหมือนกัน ไม่ใช่แบบนั้น แต่จัดกิจกรรมทั่วประเทศ กระตุ้นท่องเที่ยว”

ที่ตีกรรเชียงชิ่งไม่พ้น ต้องแจงปมกติกาใหม่กรมราชทัณฑ์ เอื้อต่อ “ทักษิณ” ในการคุมขังนอกเรือนจำ “อุ๊งอิ๊ง” ออกตัวให้เป็นเรื่องกระบวนการ “แต่ส่วนตัวมองว่า ออกยิ่งเร็วยิ่งดี เป็นความรู้สึกของลูกอยู่แล้ว”

สถานการณ์เชี่ยวกรากการเมือง แม้ยังอยู่ในช่วงฝึกงาน “ผู้นำ” ก็ทำได้พลิ้วไหวพอประมาณ!!

ลีลากลับบ้านสะท้านเมือง

ติดอันดับวาจาสะท้านสะเทือนการเมืองไทยมาตลอดแม้ต้องอยู่ต่างประเทศ “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” เอ่ยปากแต่ละทีมีแรงเขย่าทั้งวงการ โดยเฉพาะลีลาลุยถล่มรัฐบาล 3 ป. ก่อนเลือกตั้ง โปรโมตลูกสาว “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร” ที่เข้าสู่วงการเมือง “เขาเรียนรู้งานการเมืองตั้งแต่เด็ก เชื่อว่าจะทำได้ดีอาจดีกว่าผม ใจเย็นและอดทนกว่า รอบรู้ เฉลียวฉลาด” โดยไม่ลืมกระตุ้นแต้มคิวเลือกตั้ง “เพื่อไทยจะชนะถล่มทลายแลนด์สไลด์ จะได้ สส.อย่างน้อยครึ่งหนึ่ง อาจถึง 310 ที่นั่ง” เสียงดังฟังชัดบอกเพื่อไทยจะไม่จับมือพลังประชารัฐ “มันจะเป็นตัวเลือกสุดท้าย”

ที่สังเกตได้ “ทักษิณ” ในบท “ตัวแปรอำนาจ” เอ่ยถึงแผนกลับบ้านถี่ “ผมได้รับโทษในคุกขนาดใหญ่ 16 ปีแล้ว ทุกข์ทรมานมามากพอแล้ว ถ้าหากต้องกลับไปทุกข์ทรมานในคุกเล็กๆก็ไม่เป็นไร เพราะอยากอยู่กับลูกหลาน” ยิ่งใกล้เลือกตั้ง ก็ยิ่งกระตุ้นคิวร้อน “ขออนุญาตกลับบ้าน ช่วงวันเกิด 74 ปี เดือนกรกฎาฯ เกือบ 17 ปีแล้วที่ต้องพลัดพรากครอบครัว ผมแก่แล้ว” และช็อตฮือฮา “ทั้งหมดตัดสินใจ

ด้วยความรักผูกพันกับครอบครัว แผ่นดินเกิด และเจ้านายของเรา”

หลังเลือกตั้งเพื่อไทยพ่ายแพ้ อดีตนายกฯฟันธง“เพื่อไทยดิสรัปต์ไม่พอ-กระแสดีก็เหลิง ไม่ลงพื้นที่” เมื่อเทียบกับค่ายส้ม“ก้าวไกลเป็นสินค้าทำตรงใจลูกค้า ใช้คอนเทนต์ลูกโซ่สร้างหัวคะแนนธรรมชาติได้ดี” แต่ไม่วายกระแทก “มีบัญชีหลุมเป็นร้อยเป็นพันน่าจะเป็นไอโอก้าวไกล ยัดเรากับ 2 ลุง เพราะรู้คนไม่นิยม”

ในคิวตั้งรัฐบาล “ทักษิณ” ออกตัวไม่เกี่ยวข้อง แต่ก็มีกระแสข่าวเปิดดีลจนต้องบอกปัด “มีข่าวลือแกนนำหลายพรรคไปพบผมที่ฮ่องกง ลือกันจนมั่วหมด ผมอยู่ดูไบ” แต่ในที่สุดก็เป็นเพื่อไทยที่พลิกเกมตั้ง “รัฐบาลข้ามขั้ว” หลังก้าวไกลสะดุด รวมทั้งอดีตนายกฯก็กลับถึงประเทศไทย วันโหวตเลือก “เศรษฐา ทวีสิน” เป็นนายกฯพอดี โดยไม่ได้ถูกคุมขังในเรือนจำ อ้างเหตุป่วยไข้ย้ายไปพักโรงพยาบาลตั้งแต่คืนแรกที่เหยียบแผ่นดินและสร้างแรงสั่นสะเทือนจากชั้น 14 รพ.ตำรวจเป็นระยะๆ ชนิดมีแรงสั่นไหวข้ามศักราชกันเลย!!

แบกภาระพลิกลิ้น

“หมอชลน่าน ศรีแก้ว” อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย รมว.สาธารณสุข “หมอใหญ่” รายนี้รับใช้พรรคมาตั้งแต่เป็น “ไทยรักไทย” จนเลื่อนชั้นขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย สวมบทแม่ทัพฝ่ายประชาธิปไตยลุยขยี้คู่แข่ง

หวังโกยแต้ม “แลนด์สไลด์” จนต้องประกาศเรียกคะแนนไม่จับมือกับพรรค 2 ลุง ทั้งพลังประชารัฐและรวมไทยสร้างชาติ “ไม่มีดีลกับลุงป้อม ถ้ามีจับมือผมลาออกจากหัวหน้าพรรค” สุดท้ายต้องไขก๊อกจากหัวหน้าพรรคไป

เมื่อผลเลือกตั้งพลิกไม่ “แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน” ตกเป็นอันดับสองรองบ่อน ต้องหลีกให้พรรคอันดับหนึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เป็นใครก็ไม่แฮปปี้ “พี่หมอ” ถึงกับออกอาการระเบิดวาทะเดือด “ถ้าชกได้ ผมชกไปแล้ว” ใส่ “แดดดี้ปุ่น” น.ต.ศิธา ทิวารี หลังเล่นผิดคิ

ทำเป็นไม่รู้สถานะมารยาทแกนนำพรรคร่วม โผล่วงนักข่าวถามคาดคั้นให้ “เพื่อไทย” ทำ “Advance MOU” มัดแข้งขาไปไหนไปกันกับ “ก้าวไกล” กลางเวทีแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาล “ก้าวไกล–เพื่อไทย”

พอก้าวไกลฝ่าด่าน สว.ไม่สำเร็จเข้าทางรับไม้ต่อล็อบบี้อีกขั้วตั้งรัฐบาลสำเร็จ “หมอชลน่าน” พรั่งพรูประโยคเด็ดไว้ในสภาฯ แจงเหตุสลัดรักพันธมิตรค่ายส้มขึงขัง“ด้วยสภาพรัฐธรรมนูญอย่างนี้ เราคิดผิด ยิ่งจับมือกับพรรคก้าวไกลเรายิ่งจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้”

สุดท้าย “หมอใหญ่” ถูกนักข่าวซักจนคายวรรคทอง อธิบายกรณีพรรคเพื่อไทยออกแคมเปญ “ไล่หนู ตีงูเห่า” ลุยแย่งพื้นที่พรรคภูมิใจไทยของ “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล แล้วมาขอมือตั้งรัฐบาลชนิดอึ้งกันทั้งประเทศ

“ไล่หนูตีงูเห่า เป็นภาพการรณรงค์เพื่อให้ได้มาซึ่งคะแนนจากพี่น้องประชาชน เราไม่เคยประกาศเป็นศัตรูกับใคร เราเป็นคู่แข่ง
กันจริง เทคนิคการหาเสียงต่างฝ่ายต่างมี”

แบกภาระสำคัญยิ่งยวด กัดฟันงัดเทคนิคพลิกพลิ้วเพื่ออำนาจ!!

ดีลรักหักอกจูบปากข้ามขั้ว

ปลาคนละน้ำอยู่ร่วมข้องการเมืองเดียวกันไม่ได้ “ก้าวไกล” กับ “เพื่อไทย” ผนึกกำลังโต้คลื่นกระแสอนุรักษนิยมมาตลอดการหาเสียงเลือกตั้ง ท่ามกลางกระแสเจ้าของค่ายเพื่อไทยมี “ดีลลับสลับขั้ว”

“ทิม”พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แม่ทัพใหญ่ย้ำบนเวทีโค้งสุดท้ายที่ใจกลางเมืองหลวง “มีลุงไม่มีเรา มีเราไม่มีลุง” เปิดเกมจับมือมัดข้าวต้มกับเพื่อไทย ที่อ้อมๆแอ้มๆมาตลอด สุดท้าย “อุ๊งอิ๊ง” แพทองธาร ชินวัตร ค่ายเพื่อไทย จำยอมชูมอตโตไม่สังฆกรรม “ลุงตู่-ลุงป้อม” แต่ผลออกมากลับตาลปัตรเกิดปรากฏการณ์ “ส้มทั้งแผ่นดิน”

ยัดเยียดคำว่าแพ้ให้เพื่อไทยเป็นครั้งแรก หลังครองแชมป์มากว่า 2 ทศวรรษ “ทิม” ประกาศชัยชนะจับมือฝ่ายประชาธิปไตย เซ็นเอ็มโอยู “ตั้งรัฐบาลยุติสืบทอดอำนาจ สำคัญมากกว่าเป็นนายกฯ” ขยับเปิดยุทธวิธีป่าล้อมเมืองปลุกพลังมวลชนจับเพื่อไทยคลุมถุงชน โชว์หวานประกบมือเป็นรูปหัวใจกับ ชลน่าน ศรีแก้ว แม่ทัพใหญ่เพื่อไทย สัญญามั่น “พร้อมล่มหัวจมท้าย ดีลลับ ดีลล้วงไม่มี เปลี่ยนเป็นดีลรัก รัฐบาลข้ามขั้วจะไม่เกิดขึ้น”

แม้เผชิญเกมชิงเก้าอี้ประธานสภาฯกับเพื่อไทยและมรสุมถือหุ้นไอทีวีที่ กกต.ส่งขึ้นเขียงศาลรัฐธรรมนูญไปแล้ว เจ้าตัวยังมั่นใจฟอร์มตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ปรากฏผลโหวตนายกฯรอบแรกปิ๋ว รอบ 2 ก็ถูกปิดสวิตช์ห้ามชงชื่อซ้ำอีก แต่จำเป็นอำลาหยุดปฏิบัติหน้าที่ สส.ชั่วคราวกลางที่ประชุมสภาเมื่อศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมหุ้นสื่อ

ปิดฉากลุ้นนั่งเก้าอี้นายกฯ เพื่อไทยฉีกเอ็มโอยู สลัดรัก หันไปตั้งรัฐบาลสลายขั้วอำนาจ กลืนน้ำลายจูบปากข้ามค่ายกับพรรค 2 ลุง รวบรวมเสียง 11 พรรค ดันชื่อ เศรษฐา ทวีสิน ขึ้นแป้นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 สำเร็จ

“หนุ่มทิม” ถึงกับเบิ้ลเหน็บใส่เพื่อไทย “ก่อนเลือกตั้งมีลุงไม่มีเรา แต่ตอนนี้อยากเก็บลุงไว้ทั้ง 2 คน”

ศึกสายเลือดขั้วประชาธิปไตย เปิดฉากเต็มตัว รอเอาคืนในสมรภูมิต่อไป!!

ปากเฮี้ยวไหลตามเกม

มีพัฒนาการฝีปากฉกาจฉกรรจ์ “เสี่ยหนู”อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ มท.1 เล่นได้ทุกลูกทุกดอก ไล่ตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งสู้กระแสแลนด์สไลด์“เราใช้คำว่าตอกเสาเข็ม เพราะมั่นคง ไม่ใช่แลนด์สไลด์ที่ไม่มั่นคง” เมื่อโดน “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ตามกวนใจถล่มนโยบายกัญชาเสรี บิ๊กภูมิใจไทยไม่ขอดวลตรงๆ ใช้กฎหมายสู้ “หากว่าร้ายด้วยความเท็จก็ต้องรับกรรม”กระแทกนิ่มๆ“พรรคเราเหมือนภูเขาทอง ที่เหลือเป็นอะไรให้ไปคิดเอง”

และแน่นอนในไฟต์บังคับพื้นที่ช่วงชิงกับคู่แข่งโดยตรง โดยเฉพาะกับแคนดิเดตนายกฯ จากเพื่อไทย เมื่อ “เศรษฐา ทวีสิน” แหยมโจมตีนโยบายกัญชา “เสี่ยหนู” ฉุนปรี๊ด ทิ่มตรง ปัญหาของผู้ไม่มีประสบการณ์การเมือง “คิดอะไรได้ก็พูดไปเรื่อย ให้ร้ายพรรคคู่แข่ง อยากให้ประชาชนสั่งสอนนักการเมืองปากไม่มีหูรูดแบบนี้”

โซ้ยกันเดือดเลือดสาดจนใครๆมองว่าร่วมงานกันยากแล้ว แต่หลังเลือกตั้ง ช่วงฟอร์มรัฐบาลก็มีทั้งข่าวและภาพ “เสี่ยหนู” บินไปดูฟุตบอลที่อังกฤษ และมี “เศรษฐา” ร่วมเฟรมกันชื่นมื่น พร้อมกระแสสารพัด ทั้งแตะมือตั้งรัฐบาล และ“ดีลลับ” กับ “นายใหญ่เพื่อไทย” ช่วงนั้นเจ้าตัวปฏิเสธทุกประเด็น “เราไม่ได้ไปปรับความเข้าใจอะไรกัน ไม่มีอะไรที่ไม่เข้าใจกัน” หลังตั้งรัฐบาลก็ตามมาด้วยการเลิกแล้วต่อกันเรื่องคดีความ “ผมถอนฟ้องไปแล้ว”

ส่วนอีกกระแสข่าวก่อนหน้านั้น ทั้งดีลลับตั้งรัฐบาลระหว่างคนค่ายสีส้มกับ “ครูใหญ่บุรีรัมย์” ปมนี้ “เสี่ยหนู” โชว์อำนาจทันที “ความเป็นไปได้เท่ากับศูนย์ถึงติดลบ หากจะดีลต้องดีลกับผม ถ้าไปที่นั่นแสดงว่าไปผิดที่แล้ว” และชัดขึ้นในคิวฟอร์มรัฐบาลเพื่อไทย บท “ตัวแปร” บิ๊กภูมิใจไทยเข้มเงื่อนไข “ต้องไม่แตะ

มาตรา 112 ไม่เป็นเสียงข้างน้อย และหากเพื่อไทยเป็นแกนนำ ต้องไม่มีก้าวไกลร่วมรัฐบาล” อวสานค่ายส้มโดยปริยาย

วันนี้ภูมิใจไทยในบท “พระรอง” ในรัฐบาลจัดว่า “อยู่เป็น” แต่ก็ต้องรอดูบทเฮี้ยวจะมีมาเมื่อไหร่!!///ฅนข่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *